วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2551

วิธีการรักษาสิว



... ปัจจุบันการรักษาสิวมีอยู่หลายวิธี

เนื่องจากได้มีการพัฒนา คิดค้นและหาวิธีการเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาสิว โดยแต่ละวิธีก็มีข้อดี ข้อด้อย หรือข้อเสีย แตกต่างกัน ขึ้ันอยู่กับว่า วิธีนั้นๆ จะเหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละคนหรือไม่ ดังนั้นการทำความรู้จัก วิธีการรักษาสิว แต่ละวิธี จึงมีความจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจรักษา


หลักเกณฑ์ในการรักษาสิว ค่อนข้างจะตรงไปตรงมา ตามพยาธิกำเนิด โดย ลดการอุดตันของต่อมไขมันและเชื้อแบคทีเรีย แต่ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า การรักษาไม่สามารถจะรักษาสิวให้หายอย่างรวดเร็วทันใจภายใน 1 วันได้ การรักษาจะพอเห็นผลดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยภายใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งถ้าได้รับการรักษาที่เหมาะสมก็สามารถป้องกัน การเกิดรอยแผลเป็นและหลุมสิวได้อีกด้วย


วิธีการรักษาสิว

- 1... รักษาด้วยยาทาภายนอก

- 2... รักษาด้วยยาชนิดรับประทาน

- 3... รักษาด้วยวิธีทางกายภาพ

- 4... รักษาด้วยเลเซอร์


1... ยาทาภายนอก ...

เป็นวิธีการรักษาที่ค่อนข้างปลอดภัย กรณีที่เป็นสิวชนิดไม่รุนแรงหรือไม่มีการอักเสบ มักจะใช้ยาทาภายนอก อาจจะใช้ชนิดเดียวหรือหลายชนิดร่วมกัน ดังนี้

--- Benzoyl peroxide เช่น BP, Benzac, Panoxyl, Brevoxyl ,...

มีทั้งชนิดครีมหรือเจล 2.5% 5% 10% ใช้ทาก่อนล้างหน้า 5-15 นาที
หน้าที่
- ช่วยลดการอักเสบ ลดปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ยานี้จะทำให้ผิวหนังลอกหลุดเร็วขึ้น ทำให้ปริมาณหัวสิวลดลงได้
ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย
- ระคายเคือง ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย : ในระยะแรกของการใช้ยาควรจะเริ่มใช้ยาในขนาดความเข็มข้นต่ำๆ ทาระยะเวลาสั้นแล้วล้างออก เมื่อผิวหนังทนต่อยาจึงเพิ่มความเข้มข้น และทาไว้นานขึ้นได้
- ใช้เวลาในการรักษานาน หลังทา2-3 สัปดาห์อาการสิวจะดีขึ้น


--- สารลอกผิว เช่น salicylic acid, AHA, BHA หรือ กรดผลไม้ชนิดต่างๆ

มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ครีม เจล โลชั่น ครีมล้างหน้า ใช้วันละ 2 ครั้ง
หน้าที่
- ช่วยเร่งการหลุดลอกของผิวหนัง และ หัวสิว สามารถใช้ในการรักษาสิวที่ไม่รุนแรง แต่ไม่ได้ช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือลดการสร้างไขมัน
ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย
- ระคายเคือง ผิวลอกเป็นขุย : เมื่อใช้ความเข้มข้นสูงๆ
- หน้าบางลง : เมื่อใช้ความเข้นข้นที่สูง เป็นเวลานานๆ
- ด่างขาว, เส้นเลือดผิดปกติ, หน้าแดงและบาง : เนื่องจากในสารลอกผิวมีการผสมสารบางอย่างเช่น สเตียรอยด์ โฮโดรควิโนน ร่วมด้วย


--- ยาทาปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ เช่น CM ,Clindamycin,Erythromycin,...

มีหลายรูปแบบ ทั้ง โลชั่น เจล ครีม ใช้ทาวันละ 2 ครั้งหลังล้างหน้า
หน้าที่
- ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเป็นหลัก ทำให้การอักเสบลดลง จำนวนสิวลดลง
- เมื่อใช้ร่วมกับ Benzoyl peroxide จะทำให้ได้ผลดีมากขึ้น
ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย
- การทายาบ่อยๆไม่ได้ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น กลับกันจะทำให้สิวแย่ลง เนื่องจากการระคายเคือง
- อาจมีอาการแพ้ได้
- ใช้เวลาในการรักษานาน อาจจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน
- ยากลุ่มนี้ถ้าใช้ต่อไปนาน ๆ จะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยาได้

--- ยาทาเรตินอยด์ ( อนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ ) เช่น Tretinoin, Isotretinoin, Adapalene, ...

มีหลายรูปแบบ เช่น เจล ครีม และหลายความเข้มข้น ใช้ทาวันละครั้งก่อนนอน เนื่องจากสารเรตินอยด์สลายตัว เมื่อโดนแสงแดด
หน้าที่
- ช่วยเพิ่มการลอกตัวของผิวหนัง ลดปริมาณไขมัน และลดการอักเสบ แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
** ใช้รักษาสิวอุดตันได้ดี
ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย
- ระคายเคืองต่อผิวหนัง ทำให้สิวอาจแย่ลง หลังใช้ยา 3-4 สัปดาห์แรก ก่อนที่จะดีขึ้นภายหลัง
- ระวังการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์



2... ยาชนิดรับประทาน ...

เนื่องจากประสิทธิภาพของยาทาค่อนข้างจำกัด จึงใช้ได้ในผู้ที่เป็นสิวไม่รุนแรงนัก ดังนั้นในกรณีที่เป็นสิวค่อนข้างมาก และรุนแรง จำเป็นต้องใช้ยาชนิดรับประทานร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


--- ยาปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ เช่น Ampicillin, Doxycycline, Erythromycin, Bactrim

ใช้ในกรณีที่มีการอักเสบของสิว เป็นสิวค่อนข้างมาก และการใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากอาจมีอาการแพ้ยา เชื้อดื้อยา และ ผลข้างเคียงต่างๆ ได้ ที่สำคัญคือ ยาฆ่าเชื้อแต่ละชนิด ใช้ปริมาณยาไม่เท่ากันในแต่ละคน ระยะเวลาที่ใช้ก็แตกต่างกัน
*** ควรปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือซื้อยารับประทานเอง

หน้าที่
- ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเป็นหลัก ทำให้การอักเสบลดลง จำนวนสิวลดลง
ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย
- ผมร่วง
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ผื่นคัน ผื่นแพ้ยา หรือ อาจรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้
- ตับอักเสบ
- ตกขาว เนื่องจากเป็นเชื้อราในช่องคลอด
- ในปัจจุบันมีการซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง จึงเกิดปัญหาเชื้อดื้อยา ทำให้การรักษาสิวยากมากขึ้น


--- ยารับประทานเรตินอยด์ (กรดวิตามินเอ) หรือ Roaccutane

เป็นยาที่ให้ผลดีมากในการรักษาสิวอักเสบรุนแรง ใช้รักษาสิวชนิดดื้อต่อการรักษาชนิดอื่น แต่มีผลข้างเคียงมาก ดังนั้นการใช้ยาต้องควบคุมสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
*** ควรปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือ ซื้อยารับประทานเอง

หน้าที่
- ลดการอักเสบ ลดปริมาณและขนาดต่อมไขมัน และเพิ่มการลอกตัวของผิวหนัง
ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย
- ราคาค่อนข้างสูง
- ปากแห้ง ผิวหนังแห้ง ริมฝีปากแห้งแตก ตาแห้งตาโดยเฉพาะในคนที่ใส่ Contact Lens
- ผมร่วง เล็บเปราะปวดกล้ามเนื้อ
- ไขมันในเลือดสูง
- เกิดอาการซึมเศร้า
- โรคตับอักเสบ
** ผลข้างเคียงของยาจะสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณของ ยา คือ ยิ่งใช้ยาในปริมาณสูงก็ยิ่งมีผลข้างเคียงที่กล่าว มาแล้วมากขึ้น รุนแรงขึ้น
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ถ้าจะตั้งครรภ์หยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความพิการของทารกในครรภ์หรือแท้ง ได้
** มีความเชื่อว่าหากกินยาครบตามกำหนด จะไม่เป็นสิวอีกเลย ซึ่งปัจจุบันพบว่าหลังได้ยาครบกำหนด ก็สามารถเป็นสิวใหม่ได้ แต่จะลดลงเท่านั้น

--- ยาฮอร์โมน หรือ ยาคุมกำเนิด

เลือกใช้ในผู้หญิงที่มีปัญหาการสร้างฮอร์โมนผิดปกติ สังเกตได้จาก มีขนมาก ประจำเดือนผิดปกติ มีสิวมากร่วมกับ อ้วนผิดปกติ

หน้าที่
- ยับยั้งการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งมีผล ลดปัจจัยกระตุ้นการผลิตไขมันจากต่อมไขมัน
ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย
- น้ำหนักเพิ่ม
- เป็นฝ้า
- คลื่นไส้ อาเจียน
- คัดตึงเต้านม มะเร็งเต้านม
- ห้ามคนที่มีประวัติเป็น ไมเกรน หรือมีการอุดตันของเส้นเลือด เนื่องจากอาจมีการอุดตันของเส้นเลือดในบริเวณอวัยวะสำคัญ ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้
- ใช้ในเพศชาย อาจมีปัญหาทำให้ฮอร์โมนเพศผิดปกติได้
- ใช้เวลาในการรักษานาน 2-3เดือน จะพบว่าได้ผลดี



3... วิธีทางกายภาพ ...

--- การกดสิว

ใช้รักษาสิวอุดตันแบบชนิดหัวเปิด(สิวหัวดำ) ไม่ใช้รักษาสิวอักเสบ เนื่องจากทำให้สิวมีการอักเสบมากขึ้นได้ หัวสิวบางจุดหายได้ทันที เป็นวิธีรักษาที่รวดเร็วทันใจแต่ก็มีผลข้างเคียงมาก

ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย

- รอยแดง, หลุมสิว ;ไม่ว่าการกดสิวจะทำโดยใคร ก็ไม่สามารถการันตีว่า การอักเสบ,รอยแผลเป็น และหลุมสิวจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นการรักษาสิวมีหลายวิธี ไม่ควรเลือกวิธีที่ก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งต้องมาตามแก้ไขในภายหลัง
- รอยดำ ชัดเจน มีรอยอยู่นานเป็นปี หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
- เกิดเป็นสิวซีสต์ : จากการบีบทำลายโพรงขน ทำให้โพรงขนเปลี่ยนแปลง การเกิดสิวจึงผิดแปลกไป ทั้งขนาดใหญ่และลึกกว่าเดิม เป็นสิวซีสต์ที่รักษายากขึ้น


--- การฉีดสเตอรอยด์ใต้หัวสิว

การใช้ยาสเตอรอยด์ ฉีดเข้าไปใน ตำแหน่งที่อักเสบนั้น จะทำให้การอักเสบของสิวลดลงอย่างรวดเร็ว แต่สิวอุดตันในตำแหน่งนั้นไม่ได้หายไป และสเตอรอยด์เอง ก็สามารถทำ ให้เกิดสิวอุดตันใหม่ขึ้นมาได้อีก
ข้อพึงระวัง คือ การฉีดยาลึกเกินไปหรือปริมาณยามากเกินไป ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการฝ่อ ยุบตัวเป็นหลุม หรือ รอยแดง มากขึ้นได้

ข้อด้อย หรือ ข้อเสีย
- หลุมสิว : เนื่องจากการยุบตัวของผิวหนัง
- เกิดสิวซ้ำๆ, สิวซีสต์ : จากที่โพรงขนถูกทำลาย ทำให้เกิดสิวขึ้นที่เดิม โดยครั้งใหม่จะเป็นสิวที่ผิดปกติจากเดิม จะสังเกตได้ว่า สิวจะมีขนาดใหญ่และลึก เป็นลักษณะซีสต์ การรักษาก็จะยากขึ้น
- ผิวหน้าบาง
- เส้นเลือดผิดปกติ
- มีเลือดออก , เจ็บตัว และอาจเกิดการติดเชื้อมากขึ้น
- อาจเกิดรอยด่างในบริเวณฉีดยาซึ่ง อาจอยู่เป็นสัปดาห์หรือ เป็นเดือน


4... เลเซอร์ ...

เนื่องจากปัจจุบัน การรักษาสิวได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี และผลิตเครื่องมือที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูงในการรักษา เพื่อช่วยลดการใช้ยา หรือ ลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาลง

หลักการ คือ
-ปล่อยช่วงคลื่นแสงจำเพาะ ไปลดหรือทำลายต่อมไขมันใต้ผิวหนัง โดยจะมีผลเฉพาะผิวหนังบริเวณที่ทำการรักษาเท่านั้น เช่น Smooth Beam (Diode Laser) นอกจากช่วยในการทำลายต่อมไขมันแล้ว ยังช่วยกระตุ้นหรือเพิ่มการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ช่วยให้รอยแผลเป็นสิว และ หลุมสิวดีขึ้นอีกด้วย

ข้อด้อย และ ข้อเสีย
- ยังมีราคาค่อนข้างสูง
- เลเซอร์ที่เหมาะสมในการรักษาสิว ยังมีจำนวนน้อย และ ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง
- มีการโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับการรักษาด้วยIPL(ไม่ใช่เลเซอร์) ทำให้มีการเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเลเซอร์และIPL อยู่มาก


*** ควรพิจารณา การรักษาแต่ละชนิดด้วยตัวเอง ว่าเหมาะสมหรือไม่เพียงไร ก่อนการตัดสินใจรักษา ***

นอนดึกกับสิว

การนอนดึกทำให้สิวเพิ่มขึ้น ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นสิวอักเสบ อาจเป็นเพราะ

1.ร่างกายอ่อนแอ เชื้อ Becteria ในสิวทำให้มีการอักเสบมากขึ้น

2.Hormone เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะใน ผู้หญิง ตัวอย่างเช่น บางคนประจำเดือน หรือขณะตั้งครรภ์ จะมีสิวเพิ่มขึ้น

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551

ว่าด้วยเรื่องสิว.....................................

สิว เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งซึ่งพบได้บ่อย และเป็นปัญหามากในปัจจุบัน
ถึงแม้ว่าสิวจะไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่การที่มีสิวบนใบหน้า ก็ส่งผลให้ผู้เป็นเจ้าของ
เกิดความไม่สบายใจและหมดความมั่นใจในตนเองไม่มากก็น้อย ดังนั้นการที่
เรียนรู้เรื่องสิวจึงมีความสำคัญ อันดับแรกคงต้องทำความรู้จักสิวก่อน เมื่อเข้าใจ
การเกิดสิว แล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถลดอัตราการเกิดสิวได้ด้วยตนเอง


สิวแบ่งออกเป็น 2 ชนิด

1. สิวไม่อักเสบ ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน
แบ่ง เป็น 2 ลักษณะ คือ

- สิวหัวเปิด หรือสิวหัวดำ ซึ่งจะเห็นจุดสีดำข้างบนตุ่มสิว
- สิวหัวปิด เห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ หัวขาว ๆ

2. สิวอักเสบ คือสิวที่มีการอักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย เห็นเป็นตุ่มแดงๆ
หรือมีหนอง


สิว จะเป็นเฉพาะบริเวณต่อมไขมันเท่านั้น ดังนั้นจะพบว่าบริเวณที่มี
ต่อมไขมันมาก เช่น ใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง จึงเป็นสิวบ่อยกว่าบริเวณอื่น
โดยปัจจุบันเชื่อว่า เมื่อเข้าสู่ วัยรุ่นจะมีการกระตุ้นฮอร์โมนเพศทำให้เกิด
การสร้างไขมันขึ้นมามาก ไขมันที่ถูกสร้าง จากต่อมไขมันนี้จะถูกขับขึ้นมา
ตามรูขุมขนสามารถรวมตัวกับขี้ไคล (เซลล์ผิวหนังที่หลุดลอก) ทำให้เหนียวขึ้น
เป็นสาเหตุให้เกิดสิวอุดตันตามมา ซึ่งยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยน
แปลงขี้ไคล เช่นเครื่องสำอางค์ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (ยิ่งใช้มากก็ยิ่งเพิ่ม
การเกิดสิว) เมื่อเกิดสิวอุดตัน ไขมันที่ถูกสร้างจากต่อมไขมันก็จะถูกขัง
อยู่ภายในท่อ แล้วเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่แล้วในท่อ จะทำให้เกิด การอักเสบและ
เป็น หนองขึ้น ซึ่งก็คือ สิวอักเสบนั่นเอง

ปัญหาสิว นั้น การได้รับคำแนะนำและวิธีการรักษาที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อ
ป้องกัน ผลที่จะ เกิดตามมา จากการรักษาผิดพลาด เช่น รอยดำสิวและหลุมสิว
ซึ่งนอกจาก วิธีการรักษา ที่ถูกต้องแล้วนั้น วิธีการป้องกันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นและ
สำคัญเช่นกัน


การปฏิบัติตัวง่ายๆ ป้องกันไม่ให้มีการอุดตันที่รูขุมขน ซึ่งช่วยลดอัตราการเกิดสิว
มีดังนี้

- การล้างหน้าตามแนวโพรงขน เพื่อลดการเกิดการอุดตันที่รูขุมขน
** การทาครีม, เช็ดเครื่องสำอางค์,เช็ดหน้า ก็เช่นกัน

- การทำความสะอาดผิวหน้าบ่อยๆ โดยเฉพาะการเช็ด ถู หรือขัดผิว เนื่องจาก
เข้าใจว่า บริเวณที่เป็นสิวสกปรก ยิ่งจะทำให้สิวแย่ลงและการอักเสบยิ่งมากขึ้น

- ห้าม... กด แกะ หรือบีบ สิว ไม่ว่าจะโดยใครก็ตาม เพราะก็ทำให้เกิด
รอยแดง, รอยดำและ หลุมสิวไม่ต่างกัน ซ้ำร้ายอาจเกิด การติดเชื้ออักเสบ
มากขึ้นได้

- พึงระวังการใช้เครื่องสำอางค์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เพราะเป็นต้นเหตุ
ให้ เกิดสิวได้ เนื่องจากเพิ่มการอุดตันที่รูขุมขน **งดได้จะดีที่สุด

- ห้าม... รักษาสิวโดยวิธีการฉีดสิว เนื่องจากจะทำให้เกิดหลุมสิวถาวรได้


ในกรณีที่เป็นไม่มาก อาจปล่อยให้หายเองได้โดยไม่ต้องพบแพทย์ สิวเป็นโรคที่
หายได้เอง หรือเพียงใช้ยาทาภายนอกเท่านั้น นอกจากนี้การรักษาสิวไม่สามารถ
ทำให้สิวหายขาดได้ (ไม่เป็นสิวอีกเลย ตลอดชีวิต --เป็นไปไม่ได้) หากแต่
เป็นการซื้อเวลาให้ เติบโตพ้นวัย ที่เป็นสิวเท่านั้นซึ่งจะแตก ต่างกันไปในแต่ละคน
แต่ถ้าในกรณีที่เป็นมาก มีสิวอักเสบ คงต้องปรึกษาแพทย์ เพราะวิธีการรักษามีหลากหลาย จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษา ตามความรุนแรงของสิวที่เป็น

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551

เว็บนี้จัดทำขึ้นเพื่อเก็บประสบการณ์ส่วนตัวและบันทีกข้อมูลความรู้ต่างๆด้านผิวหนังไว้

- ความรู้ที่อ่านจากหนังสือ

- การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านผิวหนัง

- การเขียนบทความ

- ...